free screening of the movie MILK

BKKLes members -

BKK rainbow is organizing a special screening of the movie 'MILK' at no charge but you can donate what you want.  It is a special screening so there will be a lot of LGBT people there.

Please invite your friends - the more the better. There is Thai script below. If you are going you should inform BKK rainbow at this email:  This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

The event is on Monday 23 Feb evening 8pm at Major Cineplex at Rajayotin branch

Hope to see you all there!

บางกอกเรนโบว์ ร่วมกับ MPictures และ Major Cineplex
ขอเชิญเพื่อน ๆ ทุกท่านร่วมอุดมการณ์ต่อต้านอคติทางเพศครั้งยิ่งใหญ่แห่งประวัติศาสตร์
ที่กวาดรางวัลสำคัญมาแล้วทั่วโลก และเข้าชิงรางวัล Oscar 2008 ถึง 8 สาขา
MILK : ฮาร์วี่ย์ มิลค์ ผู้ชายฉาวโลก
รอบพิเศษก่อนฉายจริง เพื่อหารายได้สนับสนุนโครงการก่อตั้ง
"มูลนิธิเพื่อความเท่าเทียมทางสังคมบางกอกเรนโบว์"
วันจันทร์ที่ 23 ก.พ.52 รอบ 2 ทุ่ม ณ โรงภาพยนตร์เมเจอร์ซีเนเพล็กซ์ สาขารัชโยธิน
ไม่มีการจำหน่ายบัตร  บริจาคตามศรัทธาหน้าโรงภาพยนตร์
กรุณาแจ้งจำนวนผู้เข้าชมล่วงหน้าทางอีเมล์นี้



Milk / ฮาร์วี่ย์ มิลค์ ผู้ชายฉาวโลก
Milk / ฮาร์วี่ย์ มิลค์ ผู้ชายฉาวโลก
กำกับการแสดงโดย : Gus Van Sant
นำแสดงโดย : Sean Penn, Allison Pill, Josh Brolin, Emile Hirsch, James Franco
ประเภท : Drama,Biopic
เรท : R
ความยาว : 2.8 ชม.
วันที่เข้าฉาย : 26 กุมภาพันธ์ 2552
ค่ายภาพยนตร์ : M Pictures
เรื่องย่อ
Milk เป็นการพลิกบทบาทอีกครั้งของ ฌอน เพนน์ ในการสวมบทเป็นฮาร์วี่ มิล์ค นักต่อสู้เพื่อสิทธิชาวรักร่วมเพศ และเป็นชายที่ประกาศตัวว่าเป็นรักร่วมเพศคนแรกที่ได้รับเลือกให้เป็นเทศมนตรีของซานฟรานซิสโก
การต่อสู้เพื่อสิทธิของชาวรักร่วมเพศของมิล์คได้พลิกโฉมหน้าประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญของอเมริกา เป็นต้นกล้าสำคัญในการต่อสู้จนนำมาสู่การเป็นที่ยอมรับ และการกล้าเปิดเผยตัวเองมากขึ้นในปัจจุบัน ที่กระจายไปทั่วโลก จนนิตยสารไทม์ยกให้เขาเป็นหนึ่งในร้อยบุคคลสำคัญของโลกแห่งศตวรรษ แต่หลังจากดำรงตำแหน่งทางการเมืองมาระยะหนึ่ง
มิล์ดได้มีเรื่องบาดหมางกับ แดน ไวท์ คู่แข่งทางการเมืองที่เกลียดเกย์ ทำให้มิล์คถูกไวท์ยิงในระยะเผาขน พร้อมกับนายกเทศมนตรีซานฟรานซิสโก ในปี 1978
หลังจากไวท์ถฏนำตัวขึ้นศาล ไวท์สามารถรอดพ้นโทษฆ่าคนตายโดยเจตนาและไตร่ตรองไว้ก่อน ได้ด้วยข้อแก้ต่างว่าวิกลจริตชั่วขณะ อันเนื่องมาจากความซึมเศร้า ทำให้โทษเหลือเพียงฆ่าคนตายโดยไม่เจตนา และให้ไวท์จำคุก 7 ปี จิตแพทย์ที่ให้การบอกว่า ไวท์มีอาการซึมเศร้าหนักเนื่องจากชอบกินโค้กและขนมทวิงกี้ จนเกิดความไม่พอใจแก่ชุมชนชาวเกย์ในซานฟรานฯ
และนำไปสู่การจราจลครั้งใหญ่ที่เรียกว่า White Night Riots เมื่อพ้นโทษออกมา ไวท์ต้องย้ายเมืองหนีและตัดสินใจฆ่าตัวตายด้วยก๊าซคาร์บอนไดอ๊อกไซดืในโรงรถปี 1985

เขาคือนักเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิเกย์ คือเพื่อน คือคนรัก คือศูนย์รวมจิตใจ เขาเป็นนักการเมือง เป็นนักสู้ เป็นบุคคลผู้ควรค่าแก่การยกย่อง เป็นแรงบันดาลใจ และเป็นวีรบุรุษ เรื่องราวของเขาพลิกโฉมหน้าประวัติศาสตร์ ความหาญกล้าของเขาเปลี่ยนแปลงชีวิตของผู้คนมากมาย
ในปี 1977 ฮาร์วีย์ มิลค์ ได้รับเลือกให้เข้าไปนั่งในสภาที่ปรึกษาแห่งซานฟรานซิสโก เขาคือเกย์เปิดเผยคนแรกที่มีสิทธิ์มีเสียงในองค์กรทางเมืองของสหรัฐอเมริกา ชัยชนะของมิลค์ไม่ใช่เพียงเพื่อสิทธิของกลุ่มรักร่วมเพศเท่านั้น หากแต่ยังเป็นการกำจัดความเหลื่อมล้ำทางการเมืองอีกด้วย นอกจากนี้ ฮาร์วีย์ มิลค์
ยังเปลี่ยนความหมายของการเป็นนักสู้เพื่อสิทธิมนุษยชน และกลายเป็นวีรบุรุษของชาวอเมริกันทุกชนชั้นตั้งแต่ราษฎรอาวุโสไปจนถึงกลุ่มผู้ใช้แรงงาน กระทั่งเขาเสียชีวิตก่อนวัยอันควรในปี 1978
นักแสดงผู้ชนะรางวัลออสการ์ ฌอน เพนน์ รับบทเป็น ฮาร์วีย์ มิลค์ ภายใต้การกำกับโดยผู้ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงออสการ์ กัส แวน แซงต์ ภาพยนตร์ตลอดทั้งเรื่องถ่ายทำในซานฟรานซิสโก จากบทภาพยนตร์โดย ดัสติน แลนซ์ แบล็ก ควบคุมงานสร้างโดยผู้ชนะรางวัลออสการ์ แดน จิงก์ส และ บรูซ โคเฮน  
ภาพยนตร์เรื่อง Milk ถ่ายทอดช่วงชีวิต 8 ปีสุดท้ายของ ฮาร์วีย์ มิลค์ เริ่มตั้งแต่ตอนที่มิลค์ในวัย 40 ปีอาศัยอยู่ในนิวยอร์ก จนกระทั่งตัดสินใจออกตามหาจุดมุ่งหมายอื่นๆ ในชีวิต โดยย้ายมาลงหลักปักฐานกับคนรักคือ สกอตต์ สมิธ (รับบทโดย เจมส์ ฟรังโก้) ในซานฟราซิสโก และเปิดธุรกิจเล็กๆ ชื่อ Castro Camera ณ ใจกลางชุมชนของชนชั้นกรรมาชีพ
ซึ่งต่อมากลายเป็นสถานที่พักพิงทางใจของกลุ่มรักร่วมเพศจากทั่วประเทศ ชุมชนคาสโตรอันเป็นที่รักบวกกับทัศนียภาพอันงดงามของเมืองเพิ่มพลังชีวิตให้กับมิลค์เป็นอย่างมาก จนถึงขั้นสร้างความประหลาดใจให้กับสกอตต์และตัวของเขาเองด้วยการเป็นกระบอกเสียงเรียกร้องความเปลี่ยนแปลง เขาเรียกร้องความเท่าเทียมทางสิทธิและโอกาสให้กับทุกๆ คน
ความรักอันยิ่งใหญ่ที่มีต่อเมืองและผู้คนในเมืองนี้ทำให้เขาต้องสลับบทบาทไปมาเป็นเด็กบ้าง เป็นคนแก่บ้าง เป็นชายแท้บ้าง และเป็นชายรักร่วมเพศบ้าง ท่ามกลางอคติและกระแสต่อต้านกลุ่มรักร่วมเพศซึ่งเปรียบประหนึ่งบรรทัดฐานของสังคมในเวลานั้น
ด้วยแรงหนุนเต็มกำลังจากสกอตต์ บรรดาเพื่อนใหม่ และเหล่าอาสาสมัคร มิลค์จึงกระโจนเข้าสู่กระแสการเมืองอันเชี่ยวกราก รวมทั้งคอยดูแลช่วยเหลือหนุ่มนักเคลื่อนไหวไฟแรงอย่าง คลีฟ โจนส์ (เอมิล เฮิร์สช์) ไปพร้อมๆ กัน เขาใช้อารมณ์ขันมัดใจสาธารณชน และลงมือทำจริงจังมากกว่าดีแต่พูด ไม่นานนักก็กลายเป็นที่รู้จักไปทั่ว แต่กระนั้น
มิลค์ก็ยังยืนกรานจะเป็นส่วนหนึ่งของการเมืองส่วนท้องถิ่นให้ได้ อันเป็นเหตุให้เขาและสกอตต์ต้องแยกทางกันไป ผ่านมาถึงช่วงที่เขาลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นครั้งที่ 4 จึงได้พบรักใหม่กับ แจ็ค ลิร่า (ดิเอโก ลูนา)
มิลค์ได้ชัยชนะในการลงสมัครครั้งสุดท้ายนี้เอง โดยได้รับเลือกให้เป็นกรรมการที่ปรึกษาประจำเขตการปกครองที่ 5 เขาดูแลซานฟรานซิสโกเป็นอย่างดี พร้อมกันนั้นก็วิ่งเต้นคัดค้านข้อบังคับประจำเมือง เพื่อปกป้องผู้คนจากการถูกไล่ออกหลังจากที่เปิดเผยรสนิยมทางเพศของตัวเอง
รวมไปถึงนำขบวนประท้วงการทำประชามติทั่วทั้งรัฐเพื่อไล่ครูที่เป็นเกย์รวมทั้งผู้สนับสนุนให้ออกจากโรงเรียน ซึ่งเขาตระหนักดีว่าการต่อสู้กับ Proposition 6 นี้ จะเปรียบเสมือนจุดเปลี่ยนสำหรับการเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิเกย์ ในเวลาเดียวกัน จุดมุ่งหมายทางการเมืองของมิลค์ก็เริ่มสวนทางกับจุดมุ่งหมายของกรรมการที่ปรึกษาหน้าใหม่อีกท่านหนึ่ง นั่นคือ แดน
ไวท์ (จอช โบรลิน) จนกระทั่งโชคชะตาของทั้งสองมาบรรจบกันและจบลงที่ความเศร้า แนวคิดของมิลค์เคยเป็นและยังคงเป็นแนวคิดที่ว่าด้วยเรื่องความหวัง อันเปรียบได้ดั่งมรดกที่วีรบุรุษท่านนี้ส่งต่อให้คนรุ่นหลังมาจนถึงปัจจุบัน
ความทรงจำเกี่ยวกับมิลค์
[สุนทรพจน์ในปี 1997] : ผมได้รับเลือกตั้งมาเพื่อเผยให้เห็นความอ่อนไหวของประชาชน และความอ่อนไหวของปัญหาต่างๆ ปัญหาใดที่ส่งผลถึงเมืองนี้ย่อมส่งผลถึงทุกคนที่อาศัยอยู่ในเมืองด้วย
[สุนทรพจน์ในขบวนพาเหรดของงาน Gay Freedom Day ปี 1978] : ตื่นได้แล้ว...อเมริกา ไม่มีความเหลื่อมล้ำทางสีผิวอีกต่อไป ไม่มีความเหลื่อมล้ำทางเพศอีกต่อไป ไม่มีความเหลื่อมล้ำทางอายุอีกต่อไป ไม่เหลือการรังเกียจเดียดฉันท์ให้เห็นอีกแล้ว ...เราจะไม่ถูกคุกคามทางเพศอีกแล้ว เราจะไม่ปิดตัวเองอีกแล้ว ...ไม่มีอีกแล้ว!
[บทบันทึกในปี 1977] : ผมรู้อยู่เต็มอกว่าใครก็ตามที่ยืนอยู่บนจุดที่ผมยืนอยู่นี้ ไม่ว่าจะเป็นนักเคลื่อนไหวทั่วๆ ไป หรือนักเคลื่อนไหวที่เป็นเกย์ ย่อมตกเป็นเป้าของคนทั่วไป หรืออาจจะเป็นเป้าหมายที่สร้างความรู้สึกไม่ปลอดภัย ความหวาดหวั่น และความหวาดกลัว รวมไปถึงขวางหูขวางตาใครบางคน  

“ฌอน เพนน์” พลิกทุกบทบาทการแสดงในบท ‘นักการเมืองเกย์’
ที่ชนะใจกรรมการจนกวาดรางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยมมาครอง!
MILK - ฮาร์วี่ย์ มิลค์ ผู้ชายฉาวโลก
“เอ็ม พิคเจอร์ส” ร่วมค้นพบความหาญกล้าที่พลิกโฉมประวัติศาสตร์สุดอื้อฉาว 26 กุมภาพันธ์
เฉพาะโรงภาพยนตร์ พารากอน – เอสพละนาด – เมเจอร์ รัชโยธิน – เอเพ็กซ์

หากคุณรู้จักชายหนุ่มมาดเข้มแมนทั้งแท่ง “ฌอน เพนน์” เจ้าของรางวัลออสการ์จาก Mystic River หรือบทพ่อผู้มีปัญหาทางสมองจากเรื่อง I Am Sam ที่ทำให้ผู้ชมหลั่งน้ำตาด้วยความซาบซึ้ง ครั้งนี้เขาจะกลับมาพลิกทุกบทบาทการแสดงในภาพยนตร์เรื่อง “MILK” ฮาร์วี่ย์ มิลค์ ผู้ชายฉาวโลก สร้างจากเรื่องจริงของ “ฮาร์วี่ย์ มิลค์” นักต่อสู้เพื่อสิทธิของชาวเกย์
และเป็นผู้ชายที่ประกาศตัวว่าเป็นรักร่วมเพศคนแรกที่ได้รับเลือกให้เป็นเทศมนตรีประจำรัฐซานฟรานซิสโก สหรัฐอเมริกา จนเขาคว้ารางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยมจากหลายสถาบันมาครอบครอง (Best Actor Sean Penn จาก LAFCA, Best Actor Sean Penn จาก NYFCC, Best Actor Sean Penn จาก National Society of Film Critics Winners, Best Actor Sean Penn จาก สมาคมนักแสดงอาชีพแห่งอเมริกา)
ภายใต้การกำกับโดยผู้กำกับเกย์ที่ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงออสการ์จาก Good Will Hunting “กัส แวน แซงต์” นอกจากนี้ยังร่วมด้วยสุดยอดนักแสดงกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ ที่เป็นเพศชายล้วนๆ ไม่ว่าจะเป็น “เจมส์ ฟรังโก้” (Spider-Man) , “จอช โบรลิน” (No Country for Old Man), “ดิเอโก ลูนา” (Y Tu Mama Tambien) และ “เอมิล เฮิร์สช์” (Into the Wild)

MILK (ฮาร์วี่ย์ มิลค์ ผู้ชายฉาวโลก) ถ่ายทอดช่วงชีวิต 8 ปีสุดท้ายของ ฮาร์วี่ย์ มิลค์ (รับบทโดย ฌอน เพนน์) เริ่มตั้งแต่ตอนที่มิลค์ในวัย 40 ปี ได้ย้ายมาซานฟราซิสโกกับคนรัก คือ สกอตต์ สมิธ (รับบทโดย เจมส์ ฟรังโก้) และเปิดธุรกิจเล็กๆ ชื่อ Castro Camera ณ ใจกลางชุมชน ซึ่งต่อมากลายเป็นสถานที่พักพิงทางใจของกลุ่มรักร่วมเพศจากทั่วประเทศ
เขาเรียกร้องความเท่าเทียมทางสิทธิ ท่ามกลางอคติ และกระแสต่อต้านกลุ่มรักร่วมเพศ ซึ่งเปรียบประหนึ่งบรรทัดฐานของสังคมในเวลานั้น การต่อสู้เพื่อสิทธิของชาวรักร่วมเพศของมิลค์ได้พลิกโฉมหน้าประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญของอเมริกา เป็นต้นกล้าสำคัญในการต่อสู้จนนำมาสู่การเป็นที่ยอมรับ และการกล้าเปิดเผยตัวเองมากขึ้นในปัจจุบันที่กระจายไปทั่วโลก
จนนิตยสารไทม์ยกให้เขาเป็น 1 ใน 100 บุคคลสำคัญของโลกแห่งศตวรรษ มิลค์ได้ชัยชนะในการลงสมัครเลือกให้เป็นกรรมการที่ปรึกษาประจำเขตการปกครองที่ 5 เขาดูแลซานฟรานซิสโกเป็นอย่างดี แนวคิดของมิลค์เป็นแนวคิดที่ว่าด้วยเรื่องความหวัง อันเปรียบได้ดั่งมรดกที่วีรบุรุษท่านนี้ส่งต่อให้คนรุ่นหลังมาจนถึงปัจจุบัน
แต่หลังจากดำรงตำแหน่งทางการเมืองมาระยะหนึ่ง มิลค์ได้มีเรื่องบาดหมางกับคู่แข่งทางการเมืองที่เกลียดเกย์ ทำให้มิลค์ถูกยิงในระยะเผาขน พร้อมกับนายกเทศมนตรีซานฟรานซิสโก ในปี 1978

“เอ็ม พิคเจอร์ส” ให้คุณค้นพบความหาญกล้าที่พลิกโฉมหน้าประวัติศาสตร์สุดอื้อฉาว ผลงานที่ชนะใจกรรมการและคว้ารางวัลจากหลายสถาบัน “MILK” ฮาร์วี่ย์ มิลค์ ผู้ชายฉาวโลก 26 กุมภาพันธ์ นี้ (เข้าฉายเฉพาะโรงภาพยนตร์พารากอน ซีนีเพล็กซ์, เอสพละนาด ซีนีเพล็กซ์, เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ สาขารัชโยธิน และเอเพ็กซ์ สยาม สแควร์ เท่านั้น!)
Bangkok Rainbow Organization (BR0)
37 Pradipat 21, Pradipat Rd.
Samsennai,Phayathai , Bangkok 10400
Thailand, Tel./Fax +662 618-5635  
086-6071069 , 089-0391918